แชมป์ที่เดาได้ง่าย กับ ความน่าเบื่อของ ศึกบุนเดสลีก้า

แชมป์ที่เดาได้ง่าย กับ ความน่าเบื่อของ ศึกบุนเดสลีก้า ถ้าถามว่าปีนี้ใครจะได้ แชมป์ใน ศึกบุนเดสลีก้า แทบจะ 90% จะตอบว่า บาเยิร์น มิวนิค เป็นที่แน่นอน

            ศึกฟุตบอลบุนเดสลีก้า ซึ่งเป็นลีกสูงสุดของประเทศเยอรมัน ซึ่งถือว่าเป็น 1 ใน 5 ลีกชั้นนำของทวีปยุโรป ซึ่งในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเป็นทางบาเยิร์น มิวนิค ซึ่งถือว่าเป็นมหาอำนาจลูกหนังของวงการฟุตบอลของประเทศมาโดยตลอด และยิ่งในปัจจุบัน ความห่างชั้นของทีม “เสือใต้” กับทีมอื่นๆ เริ่มดูจะห่างชั้นกันมากขึ้นไปทุกที ซึ่งต่างจากลีกอื่นๆ ที่ดูเหมือนว่าความห่างชั้นนั้นถูกลดระดับลงมามากพอสมควรแล้วในช่วงที่ผ่านมา แต่ว่ากับศึกบุนเดสลีก้านั้นกลับเห็นความห่างชั้นที่มากขึ้นระหว่างทีมอื่นๆ ในลีก กับบาเยิร์น มิวนิค ที่เป็นเต้ยของลีก ซึ่งดูจากทำเนียบการเป็นแชมป์บุนเดสลีก้าที่ผ่านมาก็ได้ ซึ่งพวกเขาคว้าแชมป์ลีกติดต่อกันมาแล้วถึง 9 สมัย และกำลังลุ้นแชมป์สมัยที่ 10 ในฤดูกาลนี้ และดูเหมือนจะยังไม่เห็นวี่แววที่จะมีทีมไหนที่จะมาหยุดการทำสถิติของทีมดังของแคว้นบราวาเรียนส์ทีมนี้ได้เลย แม้กระทั่งโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ทีมชั้นนำอีกทีมหนึ่งของลีกก็ตาม ก็ยังดูห่างชั้นกับบาเยิร์น มิวนิคอยู่อีกระดับหนึ่งในตอนนี้ ซึ่งมันทำให้ศึกฟุตบอลบุนเดสลีก้าเยอรมันนั้นดูไม่สนุก และอาจจะพูดได้เลยว่าดูน่าเบื่อเลยด้วยซ้ำ ในเมื่อคนดูรู้อยู่แล้วว่าตอนจบฤดูกาลนั้นจะเป็นอย่างไร ซึ่งก็ยืนยันได้จาก 9 ฤดูกาลที่ผ่านมาแล้วว่าไม่มีทีมไหนสามารถหยุดยั้งบาเยิร์น มิวนิคได้เลยในประเทศเยอรมัน แม้ว่าบางปีจะมีทีมที่ก้าวขึ้นมาอย่างดอร์ตมุนด์ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถยืนระยะสู้กับบาเยิร์น มิวนิคได้

 ศึกบุนเดสลีก้า

            ทีมสุดท้ายที่สามารถพรากแชมป์บุนเดสลีก้าไปจากบาเยิร์น มิวนิคได้ก็คือโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ในยุคที่มีเจอร์เก้น คล็อปป์ ยอดกุนซือชาวเยอรมันคุมทีมอยู่ ซึ่งก็ต้องย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้วเลยทีเดียว ซึ่งสามารถแย่งแชมป์มาครองได้ 2 ฤดูกาลติดต่อกันในตอนนั้น ซึ่งทำให้หลายคนต่างมองว่าดอร์ตมุนด์น่าจะก้าวขึ้นมาเป็นศัตรูในการแย่งแชมป์ระยะยาวกับบาเยิร์น มิวนิคได้ในช่วงที่ผ่านมา เพราะพวกเขามีการบริหารงานที่ยอดเยี่ยม และการเสริมทัพที่เฉียบขาด แต่สุดท้ายก็ดูเหมือนว่าพวกเขาดูจะพอใจกับการเป็นอันดับ 2 มากกว่าการที่จะทะเยอทะยานก้าวขึ้นไปโค่นล้มบาเยิร์น มิวนิค เพราะช่วงที่ผ่านมาพวกเขาเป็นทีมที่บริหารงานด้วยการหาเงินมากกว่าต้องการที่จะประสบความสำเร็จ ซึ่งทีม “เสือเหลือง” เป็นทีมที่ฟันกำไรได้จากการขายนักเตะราคาแพงได้ตลอดในช่วงหลายฤดูกาลที่ผ่านมา และพวกเขาก็เลือกที่จะใช้เงินเหล่านั้นในการไปเฟ้นหานักเตะดาวรุ่งมาปั้น และให้โอกาสลงสนาม และสุดท้ายก็ขายออกจากทีมเป็นวัฏจักรของทีมในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งนี่เป็นปัจจัยที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นคู่ต่อกรกับบาเยิร์น มิวนิคได้เสียที เพราะทางดอร์ตมุนด์ก็พอใจที่เป็นแบบนี้ เพราะพวกเขาสามารถฟันกำไรได้อย่างมหาศาลในช่วงที่ผ่านมาจากการขายนักเตะ และผลงานของทีมก็ยังดีพอที่จะได้ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอยู่ทุกปี เพราะทีมอื่นๆ ก็ยังมีมาตรฐานไม่เท่าพวกเขาอยู่ดี ซึ่งนี่ทำให้การลุ้นแชมป์บุนเดสลีก้าในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนั้นขาดความสนุกตื่นเต้นไปด้วย และก็เหมือนว่ามันกำลังจะเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ

            ตรงกันข้ามกับทีมอื่นที่ดูไม่ค่อยพัฒนาเท่าไหร่นัก แต่ทางด้านของบาเยิร์น มิวนิคนั้นพวกเขากลับพัฒนาศักยภาพทีมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเสริมทัพดาวดังเข้ามาอยู่ตลอด บวกกับการสร้างดาวรุ่งของสโมสรที่ก็มีนักเตะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทีมอยู่เรื่อยๆ และการเปลี่ยนแปลงกุนซือที่ก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด แม้ว่าสโมสรจะประสบความสำเร็จในการเป็นแชมป์บุนเดสลีก้า ที่ดูเหมือนจะเป็นของตายของพวกเขาอยู่แล้ว แต่เป้าหมายของพวกเขาก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้นในแต่ละปี เพราะยังมีศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ศึกแห่งศักดิ์ศรี และเกียรติยศที่ยังต้องแย่งแชมป์กันอยู่ทุกปีเป็นเป้าหมาย ทำให้พวกเขาต้องแอ็คทีฟ และพัฒนาศักยภาพของทีมอยู่ตลอดเวลา และมันยิ่งทำให้พวกเขาเพิ่มความห่างชั้นกับทีมอื่นๆ ในศึกบุนเดสลีก้ามากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งแม้ว่าในฤดูกาลนี้บาเยิร์น มิวนิคจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือจากฮันส์ ดีเตอร์ ฟลิกค์ ที่ย้ายไปคุมทีมชาติเยอรมัน มาเป็นจูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ กุนซือหนุ่มที่เคยทำผลงานได้ดีกับการคุมทีมฮอฟเฟ่นไฮม์ และไลป์ซิกเข้ามาคุมทีมแทน แต่ผลงานของทีมในช่วงต้นฤดูกาลก็ยังยอดเยี่ยม และก้าวขึ้นไปเป็นจ่าฝูงได้สำเร็จตั้งแต่ช่วง 5 นัดแรกของฤดูกาล ซึ่งแม้ว่าตอนนี้ตารางคะแนนจะยังดูสูสีกับทีมอื่นๆ อยู่ก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วผลสุดท้ายก็ไม่น่าจะต่างจากเดิม ตรงที่บาเยิร์น มิวนิค ก็ยังมีโอกาสที่จะเป็น แชมป์บุนเดสลีก้า สูงมากอยู่ดีในฤดูกาลนี้ ซึ่งคงต้องมาดูกันว่าทีมไหนจะมาเป็นทีมที่จะหยุดการเป็นแชมป์ติดต่อกันของทีม “เสือใต้” ลงได้หลังจากนี้