ทางตันของเดช็องส์ ผู้จัดการทีมฝรั่งเศส กับ ปัญหาที่น่าปวดหัว

ทีมชาติฝรั่งเศส
ทีมชาติฝรั่งเศส

หลังจากที่ ทีมชาติฝรั่งเศส สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกเมื่อปี 2018 มาได้แล้ว เป็นต้นมา เดช็องส์ จะยังไม่สามารถ กลับไปมีฟอร์มเหมือนในทัวร์นาเม้นต์นั้นได้อีกเลย 

            ศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเมื่อ 3 ปีก่อน ถือว่าเป็นการประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ของทัพทีมชาติฝรั่งเศส ที่สามารถคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 มาครองได้สำเร็จ ซึ่งในทัวร์นาเม้นต์นั้นต้องยกเครดิตให้กับดิดิเย่ร์ เดช็องส์ กุนซือคนเก่งของทีมไปเต็มๆ ที่สามารถพาทีมทะลุเข้ารอบไปถึงนัดชิงชนะเลิศ และเอาชนะเหนือทีมชาติโครเอเชียในนัดชิงชนะเลิศจนกลายเป็นแชมป์โลกได้สำเร็จ ซึ่งทำให้อดีตกองกลางรายนี้ได้รับการยกย่องอย่างยิ่ง หลังจากที่ถูกสบประมาทไว้เยอะในตอนที่ผิดหวังในศึกยูโร 2016 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพ และทำได้เพียงแค่รองแชมป์เท่านั้น เมื่อแพ้ให้กับทีมชาติโปรตุเกสในนัดชิงชนะเลิศ ซึ่งการแก้ตัวได้สำเร็จในครั้งนั้นทำให้เครดิตของดิดิเย่ร์ เดช็องส์ ในการรักษาเก้าอี้กุนซือทีมชาติฝรั่งเศสของเขานั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง และทำให้เขายังสามารถอยู่ในตำแหน่งมาได้จนถึงปัจจุบัน แม้ว่าในศึกยูโร 2020 เมื่อกลางปีที่ผ่านมา ทีมชาติฝรั่งเศสจะทำตัวได้น่าผิดหวังด้วยการตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายไปด้วยน้ำมือของทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ก็ตาม แต่ด้วยบารมีที่เขาพาทีมคว้าแชมป์โลก ก็ยังทำให้เดช็องส์ยังคงรั้งเก้าอี้เป็นกุนซือทีมชาติฝรั่งเศสต่อมาได้ และน่าจะได้เป็นไปจนจบศึกฟุตบอลโลก 2022 ในปลายปีหน้าที่ประเทศกาต้าร์จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันด้วย

            แต่ปัญหาคือหลังจาก ที่ ทีมชาติฝรั่งเศส สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกเมื่อปี 2018 มาได้แล้ว หลังจากนั้นเป็นต้นมา ดูเหมือนว่าดิดิเย่ร์ เดช็องส์ จะยังไม่สามารถทำให้ทัพ “ตราไก่” กลับไปมีฟอร์มเหมือนในทัวร์นาเม้นต์นั้นได้อีกเลย อีกทั้งยังเห็นได้ชัดว่าความกระหายในการเป็นแชมป์ของพวกเขาหายไปมากทีเดียว ซึ่งสาเหตุสำคัญอาจจะเป็นเพราะด้วยความที่อดีตกุนซือของโมนาโกรายนี้คุมทีมชาติฝรั่งเศสมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว

เพราะเขาคุมทีมชาติมาตั้งแต่เมื่อกลางปี 2012 และนักเตะชุดปัจจุบันก็ทำงานร่วมกับเขามาหลายปีแล้วด้วย ทำให้บรรยากาศในแคมป์ทีมชาติอาจจะราบรื่น แต่มันก็ขาดความสดใหม่ และแรงกระตุ้นไปด้วยเช่นกัน ซึ่งแม้ว่าทีมชาติฝรั่งเศสน่าจะไม่มีปัญหาในการผ่านรอบคัดเลือกไปเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในปีหน้า เพราะสถานการณ์ตอนนี้พวกเขาก็กำลังจะผ่านเข้ารอบสุดท้ายอย่างเป็นทางการแล้ว แต่สิ่งที่น่ากังวลของทีมชาติฝรั่งเศสคือผลงาน และฟอร์มการเล่นของพวกเขานั้นยังไม่น่าประทับใจเท่าไหร่นัก

  • เพราะในรอบคัดเลือกหลังผ่านไป 6 นัด พวกเขาทำได้เพียงแค่ชนะ 3 และเสมอ 3 นัดเท่านั้น
  • แม้ว่าจะอยู่ในกลุ่มที่มองว่าไม่แข็งนัก อย่างยูเครน ฟินแลนด์ บอสเนีย และคาซัคสถาน แต่กลับทำได้เพียง 8 ประตูเท่านั้นจาก 6 นัดแรกในรอบคัดเลือก ซึ่งทำให้น่ากังวลเป็นอย่างยิ่งกับผลงานที่จะเกิดขึ้นในศึกฟุตบอลโลกของทีมชาติฝรั่งเศสในปีหน้า
  • เพราะดูเหมือนว่าพวกเขากำลังขาดแคลนนักเตะในแดนหน้าอย่างมากทีเดียว เพราะช่วงที่ผ่านมามีเพียง อ็องตวน กรีซมันน์ ที่เป็นตัวหลักให้กับทีม แต่ฟอร์ม และสภาพร่างกายของดาวเตะรายนี้ก็ตกลงไปมากจากเมื่อ 3 ปีก่อน
  • จนทำให้เดช็องส์ต้องไปดึง คาริม เบนเซม่า กองหน้าที่เคยมีปัญหากันก่อนหน้านี้กลับมาติดทีมชาติอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่ดีพอที่จะทำให้ฝรั่งเศสกลับมาน่ากลัวอีกครั้งในช่วงที่ผ่านมา
  • แม้ว่าพวกเขาจะยังมี คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ยอดดาวเตะที่เป็นกองหน้าดาวรุ่งอนาคตไกลของวงการฟุตบอลอยู่ด้วยก็ตาม

            ดูเหมือนว่าจุดจบของ ดิดิเย่ร์ เดช็องส์ กับการเป็นกุนซือ ทีมชาติฝรั่งเศส กำลังเริ่มใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว

แม้ว่าเขาน่าจะยังได้คุมทีมลุยศึกฟุตบอลโลกที่กาต้าร์ค่อนข้างแน่นอนก็ตาม แต่ดูจากโมเมนตั้ม และฟอร์มการเล่นของพวกเขาตอนนี้แล้ว โอกาสที่ฝรั่งเศสจะป้องกันแชมป์โลกนั้นค่อนข้างลำบากทีเดียว แม้ว่าขุมกำลังของทีมในตอนนั้นจะยอดเยี่ยมมากก็ตาม

เมื่อมีตัวเลือกให้เลือกใช้งานมากมาย แต่ดูเหมือนเดช็องส์ก็จะมีขุมกำลังที่เขาเรียกใช้งานเป็นประจำเป็นหลัก ทำให้โอกาสไปถึงแข็งดาวรุ่ง และฟอร์มดีรายอื่นๆ ค่อนข้างน้อยตามไปด้วย ซึ่งไม่ว่าผลงานของดิดิเย่ร์ เดช็องส์ ในศึกฟุตบอลโลกที่จะถึงนี้นั้นจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่เขาจะยังมีที่ยืนในตำแหน่งกุนซือในระดับสโมสรชั้นนำของยุโรป หรือว่าจะเป็นในระดับชาติ กับทีมชาติอื่นๆ ต่อไปอย่างแน่นอน เพราะผลงานการเป็นแชมป์โลกของเขานั้นการันตีถึงความสามารถของกุนซือวัย 52 ปีรายนี้ได้อยู่แล้ว

เพียงแต่ตอนนี้กับทีมชาติฝรั่งเศสชุดนี้นั้น ดูเหมือนว่าเขาจะหมดมุข และความทะเยอทะยานของทีมชุดนี้ก็แทบจะไม่มีให้เห็นแล้วในช่วงที่ผ่านๆ มา และไม่ว่าจุดจบของอดีตกัปตันทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์โลก 1998 รายนี้จะงดงาม หรือว่าจะล้มเหลวแบบไม่เป็นท่าก็ตาม แต่ดิดิเย่ร์ เดช็องส์ ควรจะได้รับคำยกย่องสรรเสริญถึงความยอดเยี่ยมของเขาในการเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก ทั้งในฐานะนักเตะกัปตันทีมชาติ และในฐานะกุนซือ ซึ่งมีเพียงไม่กี่คนบนโลกนี้ที่ทำแบบนี้ได้